ความรู้เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ
คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์ที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรับข้อมูลและชุดคำสั่ง (Program) ในรูปแบบที่เครื่องรับได้แล้วนำมาประมวลผล (Process) ข้อมูลตามคำสั่งเพื่อแก้ปัญหา หรือทำการคำนวณที่สลับซับซ้อนจนได้ผลลัพธ์ตามต้องการ และยังสามารถบันทึกหรือแสดงผลลัพธ์เหล่านั้นได้
คอมพิวเตอร์มีด้วยกันหลายประเภท ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าต้องการนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานประเภทใดจึงต้องเลือกให้เหมาะสมกับงานและความต้องการ ซึ่งในปัจจุบันนี้มีทั้งคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ประเภทใด จะสามารถทำงานได้จะต้องมีระบบปฏิบัติการ ซึ่งเป็นองค์ประกอบตัวหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์แต่ละประเภทอาจจะมีการใช้ระบบปฏิบัติการที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับประเภทของคอมพิวเตอร์นั้น
สำหรับรายงานฉบับนี้จะกล่าวถึงระบบปฏิบัติบนเครื่องคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์มือถือที่มีใช้ในปัจจุบัน ก่อนอื่นจะขอกล่าวถึงความสำคัญของระบบปฏิบัติการ วิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการและประเภทของระบบปฏิบัติการ ก่อนที่จะกล่าวถึงรายละเอียดของระบบปฏิบัติการที่พบเห็นและได้รับความนิยมในปัจจุบัน
ความสำคัญของระบบปฏิบัติการ
ระบบปฏิบัติการเป็นโปรแกรมที่ควบคุมการทำงานของฮาร์ดแวร์และโปรแกรมประยุกต์ต่างๆให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ จึงเปรียบเสมือนสื่อกลางระหว่างผู้ใช้กับฮาร์ดแวร์ ทำหน้าที่เป็นล่ามคอยแปลคำสั่งจากผู้ใช้ให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า เพื่อให้ฮาร์ดแวร์ในรูปวงจรอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดทำงานตามที่ต้องการ
วิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการ
ระบบปฏิบัติการมีการวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ที่มีนำการใช้คอมพิวเตอร์มาใช้ในการทำงานด้านต่างๆ ซึ่งสามารถแบ่งวิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการได้ดังนี้
1. ยุคเริ่มต้นหรือศูนย์ ยุคนี้เป็นยุคแรกที่มีการใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีแต่เครื่องเปล่ายังไม่มีระบบปฏิบัติการ ผู้ใช้จะต้องควบคุมสวิตซ์ต่างๆ ของเครื่องโดยตรง หรือผ่านภาษาเครื่องในรูป 0 หรือ 1 หรือเลขฐานสอง
2. ยุคที่หนึ่งของระบบปฏิบัติการ เริ่มมีการเขียนโปรแกรมเพื่อแก้ปัญหาในรูปของงานกลุ่ม หน้าที่หลักของระบบปฏิบัติการคือ ปรับระบบของคอมพิวเตอร์เข้าสู่สภาวะพร้อมที่จะรองรับงานกลุ่มต่อไป
3. ยุคที่สองของระบบปฏิบัติการ เป็นยุคที่มีการพัฒนาระบบการทำงานแบบหลายโปรแกรม (Multiprogramming) การทำงานแบบหลายตัวประมวลผล (Multiprocessing) และการทำงานแบบหลายภารกิจ (Multitasking) ระบบปฏิบัติการในยุคนี้สามารถรับคำสั่งการทำงานจากผู้ใช้ได้พร้อมๆ กันทีละหลายๆ คน โดยสลับทำงานตามคำสั่งไปมาอย่างรวดเร็ว
4. ยุคที่สามของระบบปฏิบัติการ ยุคนี้การพัฒนากระบบปฏิบัติการอเนกประสงค์ เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบงานขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยโปรแกรมย่อยๆ แยกกันทำงานเป็นส่วนๆ แทนระบบงานชิ้นเดียว ทำให้การพัฒนาระบบปฏิบัติการมีความซับซ้อนมากขึ้น
5. ยุคที่สี่ของระบบปฏิบัติการ ยุคนี้ระบบปฏิบัติการเริ่มเปลี่ยนเป็นระบบควบคุมเฉพาะด้าน เนื่องจากการคิดค้นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ทำให้เกิดความต้องการข้อมูลมากขึ้น สามารถเรียกใช้ได้ทันที รวดเร็ว ถูกต้อง โดยการติดต่อตรงหรือผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการในยุคนี้มีขนาดเล็กลงเหลือเพียงส่วนแกนที่จำเป็นในการควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น และแยกระบบงานเป็นระบบย่อยที่กระทำการอย่างอิสระ เช่น ระบบแฟ้มข้อมูล ระบบจัดการหน่วยความจำ
ประเภทของระบบปฏิบัติการ
ระบบปฏิบัติการที่ใช้กันในปัจจุบันอาจนำเอาไปใช้กับคอมพิวเตอร์ได้หลายชนิด ตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่จนถึงคอมพิวเตอร์แบบพกพาขนาดเล็ก แบ่งได้เป็น 3 ประเภทคือ
1. ระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยว (stand-alone OS) เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป มุ่งเน้นสำหรับผู้ใช้เพียงคนเดียว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ตามบ้าน ตามสำนักงาน ระบบปฏิบัติการไว้รองรับการทำงานบางอย่างเช่น พิมพ์รายงาน ดูหนังฟังเพลง เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ปัจจุบันระบบปฏิบัติการนี้ได้พัฒนาให้มีคุณสมบัติที่เป็นเครื่องลูกข่ายเพื่อขอรับบริการจากเครื่องแม่ข่ายได้ด้วย
2. ระบบปฏิบัติการแบบเครือข่าย (network OS) เป็นระบบปฏิบัติการที่มุ่งเน้นให้บริการสำหรับผู้ใช้หลายๆคน (multi-user) ใช้สำหรับงานบริการและประมวลผลข้อมูลบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มักจะให้ในองค์กรธุรกิจทั่วไป เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการพวกนี้เรียกว่า server สำหรับบริการข้อมูลต่างๆให้กับผู้ใช้
3. ระบบปฏิบัติการแบบฝัง(embedded OS) เป็นระบบปฏิบัติการที่พบเห็นได้ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก เช่น เครื่องพีดีเอ หรือ Smart Phone เป็นระบบปฏิบัติที่เกิดขึ้นมาหลังสุดพร้อมๆกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพา บางระบบมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยว เช่นสามารถดูหนัง ฟังเพลงหรือเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้